เทศน์เช้า วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระนะ วันพระ วันโกนไง เราจะแสวงหาสัจธรรมในหัวใจของตน ถ้าแสวงหาสัจธรรมในหัวใจของตน เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา เรามีที่พึ่ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ถ้าเป็นที่พึ่งขึ้นมา มันอยู่ที่หัวใจของคน
ถ้าคนมีอำนาจวาสนา เขาเห็นผ้ากาสาวพัสตร์ เห็นพระ แค่เห็นสมณะเป็นมงคลชีวิต
ถ้าเราคิดไม่ได้ เราอยู่บ้านอยู่เรือนของเรา เห็นพ่อเห็นแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก เพราะพ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา มันด้วยเวรกรรมของสัตว์ไง
เวลาประสบภัยๆ ไง เป็นผู้ประสบภัย เวลาภัยน้ำท่วม น้ำแล้ง เวลาภัยแล้ง ผู้ประสบภัยๆ เกิดอุบัติเหตุ เราเป็นผู้ประสบภัย
จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมาเกิดเป็นคน เป็นมนุษย์น่ะเป็นผู้ประสบภัย ภัยกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง
ถ้าประสบภัย ประสบภัยแล้ว เราจะดำรงชีวิตของเราไปอย่างไร ถ้าดำรงชีวิตของเราไป เห็นไหม เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเรามีอำนาจวาสนาบวชพระ บวชพระต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย จีวร เครื่องนุ่งห่ม บาตร อาหาร เจ็บไข้ได้ป่วย น้ำมูตรเน่า ที่อยู่ที่อาศัย ปัจจัย ๔ ที่เรือนว่าง เงื้อมผา แล้วให้เธอปฏิบัติอย่างนี้ตลอดชีวิตเถิด
ถ้าปฏิบัติตลอดชีวิตไง เพราะบวชพระ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ กรรมฐาน ๕ อุปัชฌาย์ให้มาแล้ว ให้มาแล้ว บวชเป็นพระ บวชพระแล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา กลัวจะไม่มีความรู้ไง ก็ไปศึกษาธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียนพระพุทธศาสนา นักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก ถ้าเรียนบาลี บาลีเขาบอกว่าเพื่อจะไข เป็นกุญแจไขไปสู่ตู้พระไตรปิฎก เถียงกันไม่จบไม่สิ้น เถียงกันไม่จบไม่สิ้นนะ
เวลาเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เวลากรรมฐานๆ เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปูมั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่านไง ทำความสงบของใจเข้ามา ทำความสงบของใจเข้ามา ใจสงบระงับหรือไม่ ถ้าใจสงบระงับ นั่นแหละมันจะไขตู้ ถ้าจิตมันสงบขึ้นมา ถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ มันจะเกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดจากการภาวนา
ไอ้ที่เราศึกษาๆ ศึกษาด้วยสัญชาตญาณ ศึกษาด้วยสติด้วยปัญญาของโลก เขาไปศึกษานะ เขาเรียนหนังสือ เรียนทางวิชาการ เขาก็ใช้ความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้เหมือนกัน เขาเรียกโลกียะ มันเป็นเรื่องโลกๆ ศึกษามาแล้วก็งง
ประสบภัย เป็นผู้ประสบภัยไง ประสบภัยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ไม่เข้าใจของมันแน่นอน
ถ้าประสบภัยขึ้นมาแล้ว ถ้าใครมีอำนาจวาสนานะ เขาฝึกหัดปฏิบัติของเขา ถ้าเขาเห็นกิเลสไง เห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรมตามความเป็นจริง
แต่ภาษาเราไง ภาษาเรา เรามีการศึกษา เรามีสติปัญญาขึ้นมา เราก็นึกภาพได้ทั้งนั้นน่ะ วิปัสสนึก นึกกายก็ได้ นึกเวทนาก็ได้ นึกจิตก็ได้ นึกธรรมก็ได้ ยิ่งธรรมนี่นึกได้ตลอดเวลาเลย มันขึ้นตลอดเวลา ความรู้สึกนึกคิดของคน ถ้าความรู้สึกนึกคิดของคน แล้วมันแก้กิเลสได้ไหม มันเป็นจริงเป็นจังไหม
ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังนะ มันสังเวชไง
ถ้าใครรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ประสบภัยนะ เขาพยายามจะพาตัวเขาให้ออกจากภัยนั้น เขาไม่จมปลักอยู่กับภัยนั้นหรอก แต่นี่เราไม่รู้ว่าอะไรเป็นภัยและไม่เป็นภัย เราไม่รู้ที่มาที่ไปทั้งสิ้น
ทุกคนนะ ทางวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อการเกิดและการตาย คนเราเกิดมาชาติเดียว ตายแล้วก็จบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เราเป็นผู้วาสนาน้อย อายุ ๘๐ ปี เพราะ ๔ อสงไขย พระศรีอริยเมตไตรยในอนาคตกาล ๘๐,๐๐๐ ปี ๑๖ อสงไขย
๑๖ อสงไขย เกิดตาย เกิดตาย เกิดตาย จนนับไม่ได้ถึง ๑๖ ครั้ง มันมากมายมหาศาลขนาดไหน การสร้างคุณงามความดีไง ถ้าสร้างคุณงามความดี ประสบภัยแต่ละภพแต่ละชาติขึ้นมา สร้างสมคุณงามความดีของเราขึ้นมาให้ได้ ถ้าสร้างสมคุณงามความดีขึ้นมาให้ได้นะ พันธุกรรมของจิต
ถ้าจิตมันดีงามนะ ครอบครัวใดก็แล้วแต่มีลูกที่อภิชาตบุตร เวลามานะ พี่น้องเหมือนกัน พันธุกรรมไปตรวจแล้วของพ่อของแม่ทั้งนั้นน่ะ แต่ใจเขาไม่ใช่ ใจคิดดีคิดชั่วแตกต่างกัน ในบ้านของเราที่คิดเหมือนกันไม่มี
เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เอตทัคคะ ๘๐ องค์ พระอรหันต์ ๘๐ องค์ ลูกศิษย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความถนัดแตกต่างกัน ความแตกต่างกันก็นั่นน่ะเอตทัคคะ คือความถนัด แล้วถนัดเพราะอะไร เพราะสร้างสมมามันชอบของมัน ถ้าชอบสิ่งใด ทำสิ่งนั้น
ในสังคมของเรา สมาคมๆ สมาคมใดมันก็ชอบอย่างนั้นน่ะ ไปนั่งโม้กันอยู่ทั้งวันนั่นแหละ เพราะมันเป็นความชอบ ถ้าความไม่ชอบ เสียเวลามาก วันทั้งวันมานั่งสุมหัวกันอยู่นั่นน่ะ
พระกรรมฐานๆ เขาไม่ให้คลุกคลีกันนะ
ไปวัดไปวาขึ้นมาแล้วเคารพสถานที่ สถานที่ของผู้ทรงศีล ถ้าเขามีศีลมีธรรม เขาต้องการความสงบเป็นสัปปายะ ถ้าความสงบเข้ามา สงบในหัวใจของตน กายเป็นสัปปายะ หัวใจต้องเป็นสัปปายะ แต่นี่กายเป็นสัปปายะ หัวใจมันเต้นโครมๆๆ ไม่เห็นเป็นสัปปายะเลย ทุกข์เจียนตาย
เราทำหน้าที่การงานขึ้นมา เราอาบน้ำต่างน้ำ เราว่านี่ทำงานหนักมาก เวลานั่งสมาธิ นั่งเพื่อให้หัวใจสงบ มันหนักกว่ากี่ร้อยเท่า การชนะตัวเองแสนยาก ถ้าชนะตัวเอง เห็นไหม
เรียนพระไตรปิฎกมาจบ ๙ ประโยค เป็นกุญแจไขตู้พระไตรปิฎก เพราะแปลบาลีได้ รู้หมดทุกเรื่อง
แต่กรรมฐาน ทำใจให้สงบให้ได้ แล้วไขให้ถูกด้วย ถ้าไขไม่ถูกนะ มันเป็นจินตนาการ แล้วจินตนาการโดยหัวใจ โอ้โฮ! มหัศจรรย์มาก แล้วมันก็หลงใหลไปตามจินตนาการของมัน ถ้าความหลงใหล เห็นไหม นี่วาสนาของคน
ถ้าวาสนาของคนนะ หลวงปู่มั่นท่านออกฝึกหัดปฏิบัติครั้งแรกกว่าจะสงบได้ หลวงปู่เสาร์พาเข้าป่าเข้าเขาเพื่อความสงบให้ได้ พอสงบแล้วจริงหรือไม่จริง ถ้าปรึกษาใครไม่ได้ เข้ามาวัดสระปทุม มาพักที่นั่น แล้วไปหาเจ้าคุณอุบาลีฯ
เจ้าคุณอุบาลีฯ เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต ศึกษามาทางวิชาการคล่องแคล่วมาก นี่ด้วยอำนาจวาสนา พระโพธิสัตว์ด้วยกัน หลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นท่านบอกท่านปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ เจ้าคุณอุบาลีฯ ท่านปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์
คำว่า “พระโพธิสัตว์ๆ” แล้วมีอำนาจวาสนาขึ้นมา อำนาจวาสนาขึ้นมาว่าเขาสร้างบุญกุศลมามาก
พระโพธิสัตว์ๆ ถ้าเริ่มต้น เป็นพระโพธิสัตว์เริ่มต้น ทำสิ่งใด ทำฌานสมาบัติมันก็ได้เล็กๆ น้อยๆ การกำหนด การทายทักต่างๆ มันจะไม่ชัดเจน แต่พระโพธิสัตว์ที่สร้างอำนาจวาสนามาบูรณ์แบบ จิตใจมั่นคงกว่า ชัดเจนกว่า
พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ก็มากมายมหาศาล แล้วเวลาหลวงปู่มั่นท่านมาระลึกของท่าน ที่ประพฤติปฏิบัติมันติด ติดเพราะอะไร
ลาความเป็นพระโพธิสัตว์นั้น
พระโพธิสัตว์ๆ นะ จะเข้าสู่มรรคสู่ผลไม่ได้ พอเข้าสู่มรรคสู่ผลไม่ได้ โสดาบัน ๗ ชาติ ถ้าบรรลุธรรมอีก ๗ ชาติ พระโพธิสัตว์ ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย มันไปอีกเท่าไร ผู้ประสบภัย ภัยจากกิเลส ทั้งๆ ที่ทำคุณงามความดีของเรานี้มากมายมหาศาล นี่ข้อเท็จจริง ผลของวัฏฏะ จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันเป็นสิทธิ เพราะเชื่อไม่เชื่อ นี่แหละพันธุกรรมของจิต เพราะเชื่อไม่เชื่อ นี่อำนาจวาสนา
ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เขามุมานะของเขา เขาทำของเขา ถ้ามันผิดพลาดไป ทดสอบๆ เพราะอะไร
ยิ่งทดสอบยิ่งแวววาว
ปัญญาถ้าเราใช้บ่อยครั้งเข้า เราพิจารณาของเราบ่อยครั้งเข้า แล้วถ้ามีสติปัญญา พิจารณาคราวหน้ามันจะกว้างขวางขึ้น กว้างขวางขึ้น ไอ้ที่มันซุกมันซ่อนอยู่ กิเลสน่ะ เดี๋ยวมันรู้ทันทั้งนั้นน่ะ มันรู้ทันเพราะอะไร
เพราะคนที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นไป ทำมาถูกต้องชอบธรรมไหม ใช่ ไปถามหลวงตาพระมหาบัว ท่านให้ทำอย่างไรต่อ
ทำซ้ำ ทำซ้ำ
ทำซ้ำเพื่อตรวจสอบของเรา เพื่อดูของเรา มันจริงหรือไม่จริง
นี่ไง มันไปก๊อบปี้มาไง
ธรรมนี้เป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น เราเป็นชาวพุทธๆ ขึ้นมาไง ถ้าชาวพุทธเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เกิดในพระพุทธศาสนา เกิดซ้ำ เกิดแล้วเกิดเล่า แล้วเกิดแล้วเกิดเล่า มันมีเชื้อไขอยู่ในหัวใจของตน แล้วกิเลสมันบังเงา มันอ้างธรรมะ มันว่ามันรู้ธรรม มันบรรลุธรรม มันเข้าใจธรรม แต่มันไม่เคยเห็นจริง
ถ้ามันเห็นจริงนะ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ นี่ฝ่ายเหตุ
นิโรธ ดับ ขณะตัดขาด สังโยชน์ขาดด้วยมรรค ๘
มันมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น ถ้ามันไม่มีที่มาที่ไปทั้งสิ้น ยถาภูตัง กิเลสมันตาย แล้วรู้ได้อย่างไร ใครรู้ เรานี่กิเลสตายเป็นล้านๆ ครั้ง ตายเกลื่อนเลย แต่กูไม่รู้อะไรทั้งสิ้น
ผู้ที่ปฏิบัตินะ ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ เขาพูดคำเดียวเท่านั้นน่ะ แล้วให้มันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ถ้าข้อเท็จจริง ไม่ต้องพูดมาก
ไอ้พูดแจ้วๆๆ น่ะ น้ำท่วมทุ่ง ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน พูดแต่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาพูดมันเป็นนิยายธรรมะไง มันเป็นตรรกะที่โลกฟังแล้วซาบซึ้งๆ แต่เวลาฝ่ายปฏิบัตินะ มันเสียเวลา
หลวงตาพระมหาบัวไง ท่านจบมหา แล้วท่านเป็นเลขาของสมเด็จด้วย เวลาท่านดูแลพระนะ เวลาเจ้าฟ้าเจ้าคุณเทศน์ โอ้โฮ! มหัศจรรย์ เพราะท่านเองก็ต้องสอนบาลีเพื่อใช้ทุนไง แต่ท่านหนีออกไปปฏิบัติ ไปหาหลวงปู่มั่นครั้งแรก หลวงปู่มั่นเทศน์น่ะงงเลย ฟังไม่รู้เรื่อง
แต่ท่านบอก เป็นบุญกุศลนะที่เราไม่โทษหลวงปู่มั่น โทษคนฟัง โทษเรา เราฟังเจ้าฟ้าเจ้าคุณเทศน์ทางวิชาการ ตรรกะธรรมะ นิยายธรรม โอ้โฮ! ฟังแล้วมันซาบซึ้งๆ มาฟังกรรมฐานไม่รู้เรื่อง
ฉะนั้น เวลาหลวงตาท่านพูดไง ถ้าคนมีอำนาจวาสนานะ ศรัทธา อจลศรัทธา ท่านบอก นี่ฟังธรรมเป็น ฟังธรรมเป็น
หลวงปู่มั่นเทศน์ที่วัดเจดีย์หลวงไง หมู่สงฆ์บอกเลย เทศน์มุตโตทัย มุตโตทัยก็เรื่องของเราทั้งนั้น เรื่องกิเลสน่ะ เป็นผู้ประสบภัย จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันเสมอกัน เสมอกัน เกิดจากพ่อจากแม่เหมือนกัน เกิดมามันทุกข์มันยากเหมือนกันทั้งสิ้น แล้วเวลาทุกข์ยากขึ้นมา เราปฏิเสธสิ่งนี้ เราต้องการแต่ความสุขความพอใจของตน เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตในทุกๆ เรื่อง แล้วประสบความสำเร็จในชีวิตทุกเรื่อง มันประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ
ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด
คนที่เขาฉลาดของเขา สิ่งนั้นเขาทำมา ทำเพื่อชาติเพื่อตระกูล แต่สมบัติความจริงของตน บุญและบาป เวลาบุญและบาปเกิดขึ้นมา ถ้าเป็นสัจจะความจริง
นี่ไง หลวงปู่มั่นท่านเทศน์มุตโตทัยๆ ไปฟังไม่รู้เรื่อง ฟังไม่เข้าใจ แต่ดี ดีที่ยังติตนเอง ติตนเองว่า เพราะหลวงปู่มั่นท่านมีชื่อเสียงคับประเทศไทย เราบากหน้าเข้ามาเพื่อมาหาท่าน แล้วเวลาท่านเทศน์ขึ้นมา ทำไมเราไม่รู้เรื่องเลย
ไม่รู้เรื่องเพราะมันยังฟังเทศน์ไม่เป็น ถ้าฟังเทศน์เป็น ฟังเทศน์เป็นนะ มันจะย้อนเข้ามาสู่ตัวเราเลย
นี่ไง ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
เวลาหลวงปู่มั่นท่านเช็กลูกศิษย์ลูกหาของท่านไง ถ้าปฏิบัติมามันต้องมีพื้นฐานของมัน สมถกรรมฐานยกขึ้นสู่วิปัสสนากรรมฐาน เวลาแก้จิตๆ ไง จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นอย่างไร
เขาแก้จิต เขาไม่ได้แก้ที่สมอง เขาไม่ได้แก้ที่ความคิด เขาไม่ได้แก้ที่อำนาจวาสนา เขาแก้จิต
จิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ทำสมาธิไม่เป็น มันเข้าถึงตนเองไม่ได้ ตนไปแก้ไขอย่างไร
เวลาคนเจ็บไข้ได้ป่วย ไอ้ฉุกเฉินๆ เขาต้องเอาคนไข้ไปโรงพยาบาล แล้วหมอเขาจะรักษาของเขา
ไอ้นี่เรา คนไข้หาไม่เจอ หาจิตตัวเองไม่เจอ แล้วจะพาไปฉุกเฉินที่ไหน ละเมอเพ้อพกไปเรื่อยเปื่อย
ละเมอเพ้อพกเพราะอะไร
เพราะเป็นผู้ประสบภัย น้ำท่วมมันซัดไป มันพัดไป โอ้โฮ! ไหลไปกับน้ำเลย น้ำพาไปไหนก็ไหลไปเลย ขอเสื้อชูชีพ ขอให้ใครช่วย เจอต้นไม้ เกาะเลย ๓ วันกว่าเขาจะมาเจอ เกาะต้นไม้อยู่นั่นน่ะ ผู้ประสบภัย เพราะมันหาใจมันไม่เจอ เอาคนป่วยฉุกเฉินไปโรงพยาบาลไม่ได้ ไม่มีมรรค ๘ ที่จะรักษามันได้
ถ้ารักษาของมัน ถ้าเป็นข้อเท็จจริงๆ เห็นไหม วันนี้วันพระๆ ถ้าวันพระนะ พระผู้ประเสริฐ หัวใจที่ประเสริฐ
เราเกิดมา การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ เพราะมันมีลมหายใจ มีธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ถ้าอยู่ทางโลก ถ้ามีชาติมีตระกูล เขาก็ดูแลชาติตระกูลของเขา ถ้าเราเห็นภัยในวัฏสงสาร เวียนเกิดเวียนตายอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ภพกี่ชาติอยู่แล้ว หาทางออกให้ได้ ถ้าบวชพระๆ ไง
ถ้าบวชพระขึ้นมา ถ้าไปศึกษา ศึกษามาจะเผยแผ่ธรรม นี่ผู้ประสบภัย แล้วรถฉุกเฉินมันจะไปช่วยคนอื่นไง แต่ผู้ประสบภัยก็ทุกข์น่ะ ผู้ประสบภัยถ้าจะช่วยคนอื่นเขานะ แล้วตัวเองก็เป็นผู้ประสบภัยด้วย อุบัติเหตุซ้ำซ้อน ตายกองกันอยู่นั่นน่ะ
ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด
ฝึกหัดปฏิบัติของตน ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง งานของพระ หน้าที่ของพระ หลวงตาพระมหาบัวท่านถามลูกศิษย์ทุกวัน
“งานของตัวเสร็จแล้วหรือ งานของตัวนั่นน่ะเสร็จหรือยัง งานของพระน่ะ”
เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ กรรมฐาน ๕ เอ็งรู้จักมันไหม
ถ้ารู้จัก หมอไง หมอเขาเอาตังค์ แล้วพ่อแม่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้นิสัยใจคอหมดน่ะ นี่ไง พ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา อบรมบ่มเพาะมา แล้วตัวเองโตขึ้นไหม
ถ้าเป็นอภิชาตบุตรไง เราไม่ต้องไปออดไปอ้อนใครทั้งสิ้น เราทำตัวของเราให้ดี เป็นผู้มีศีลมีธรรม พ่อแม่จะถามว่า ทำไมเอ็งเป็นคนดีอย่างนี้
อ้าว! ก็มีศีลมีธรรมไง
ถ้าเราทำของเรา ให้เขาได้คิด ให้เขาได้ฉุกคิดว่า ถ้ามีศีลมีธรรมเป็นอย่างไร
หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง “พระไม่ทรงศีลทรงธรรม ใครจะทรง”
พระเป็นผู้ที่อบรมสั่งสอนประชาชน ไม่รู้จักจิต ไม่รู้จักสัมมาสมาธิ ไม่รู้จักภาวนามยปัญญา ปัญญาที่แจ้วๆ เอ็งไม่ต้องพูดหรอก คอมพิวเตอร์มี ทุกอย่างเยอะแยะ แต่ของจริงอยู่ไหน
ของจริงพูดมา อะไรจริง อะไรเท็จ แล้วถ้ามันเท็จนี่ผู้ประสบภัย ภัยที่กิเลสมันจะลากจูงไป แต่ถ้าเป็นธรรมๆ สงบ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
จิตที่โดนกิเลสมันข่มขี่หลับใหลมาตลอด มันตื่นขึ้น ตื่นขึ้นก็ยกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่เป็น ก็เสื่อมหมด
แก้จิตไง ก็แก้ไอ้จิตเจริญแล้วเสื่อมนี่ไง แล้วเสื่อมไหม ถ้าไม่เสื่อม อย่าทุกข์
ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง
ทุกข์ นั่งอยู่เฉยๆ ก็ทุกข์ กิริยาอยู่ในอัตภาพเดียว เป็นไปไม่ได้ ต้องเคลื่อนไหว ต้องเปลี่ยนแปลงตลอด ทุกข์ทั้งนั้น
ทุกข์มันเป็นอย่างไร แล้วทุกข์อะไร แล้วใครทำให้ทุกข์ แล้วสุขเกิดจากไหน แล้วจะกำจัดทุกข์อย่างไรด้วยมรรค ๘
ถ้าเป็นจริงๆ นะ วันพระ วันโกน เราไปวัดไปวา ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ แล้วถ้าเราเป็นอจลศรัทธานะ ฟังเป็นเหตุเป็นผล แต่ไม่เชื่อ ต้องไตร่ตรอง ต้องคิดของเรา ต้องปฏิบัติของเรา แล้วถ้าเป็นจริงนะ มันเป็นจริง ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก
ธรรมะมีหนึ่งเดียวเท่านั้น
พระอรหันต์อาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาเท่านั้น ทำลายพญามาร เรือนยอดของเรือนสามหลัง ความโลภ ความโกรธ ความหลง เรือนสามหลัง อวิชชาเป็นเรือนยอดของมัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้หักเรือนยอดนั้นแล้ว
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทำจบสิ้นกระบวนการแล้ว ท่านถึงวางข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาที่เป็นนามธรรม ที่คนละทิ้ง คนขว้างทิ้ง เพราะมันขัดเกลากิเลสไง
แต่ถ้าสุมหัว สุมหัวกันเป็นคณะ เป็นหมู่คณะ อันนั้นชื่นชม นี่มันเป็นกระแสสังคม มันเป็นกระแส เกิดขึ้นเดี๋ยวก็ดับ สว่างไสว เดี๋ยวก็มอด ไม่มีสิ่งใดคงที่หรอก
แต่ถ้าเป็นจริงในหัวใจของตนนะ นี่แหละพระพุทธศาสนา เอวัง